คอยดูแล เนอร์สซิ่งโฮม
โทร 089-799-5119
โทร 089-799-5119
  • th

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่างถูกวิธี ลดภาวะแทรกซ้อนระยะยาว


การดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่างถูกวิธี ลดภาวะแทรกซ้อนระยะยาว

 
 
คู่มือวิชาการเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนระยะยาว
การดูแลผู้ป่วยติดเตียง
อย่างถูกวิธีและปลอดภัย

ผู้ป่วยติดเตียงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลายด้าน เช่น แผลกดทับ กล้ามเนื้ออ่อนแรง การติดเชื้อ และภาวะขาดสารอาหาร การดูแลอย่างเหมาะสมจึงเปลี่ยนภาระร้ายให้เป็นช่วงเวลาฟื้นฟูที่มีคุณภาพ

ภาวะแทรกซ้อนหลักที่แฝงอยู่

สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเมื่อผู้ป่วยเคลื่อนไหวน้อย

หากขาดการดูแลหรือพลิกตัวอย่างถูกหลักวิชาการ ผู้ป่วยติดเตียงมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญปัญหาแอบแฝงเหล่านี้:

แผลกดทับและผิวติดเชื้อ เกิดจากแรงกดทับต่อเนื่องบริเวณเนื้อเยื่อเหนือปุ่มกระดูก
กล้ามเนื้อฝ่อลีบและข้อติด เมื่อเส้นใยกล้ามเนื้อไม่ได้ถูกยืดเหยียดหรือพยุงขยับ
ภาวะปอดติดเชื้อ/ขาดอาหาร ความจุปอดลดลงร่วมกับการรับประทานอาหารที่ยากขึ้น
Standard Certification
ความสำคัญของการบริบาลด้วยมาตรฐานมืออาชีพ

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีมาตรฐานจะมีทีมผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงโดยเฉพาะ เช่น การพลิกตัวผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ การทำความสะอาดร่างกาย และการดูแลระบบทางเดินหายใจ

คุณภาพการดูแลมาตรฐานกระทรวง
ทำไมการเปลี่ยนมาใช้ศูนย์บริการระดับมืออาชีพจึงตอบโจทย์?
 

การพยาบาลผู้ป่วยติดเตียงในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยทักษะความรู้ขั้นสูง ความเข้าใจเกี่ยวกับสรีรวิทยา และการจัดสรรผู้ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมักเป็นเรื่องยากและสร้างความตึงเครียดให้กับสมาชิกในครอบครัวเมื่อต้องพยาบาลโดยลำพังที่บ้าน

ช่วยผ่อนเบาภาระครอบครัว

ลดความเหนื่อยล้าของสมาชิก และหลีกเลี่ยงภาวะหมดไฟของผู้ดูแล

เฝ้าระวังสัญญาณวิกฤต 24 ชั่วโมง

มีพยาบาลวิชาชีพประเมินสัญญาณชีพ ความดัน และอัตราการเต้นของหัวใจสม่ำเสมอ

แนวทางปฏิบัติสำคัญ
6 เสาหลักแนวทางการดูแลป้องกันโรคแทรกซ้อนอย่างมีระบบ
 
1. พลิกตะแคงตัวทุก 2 ชั่วโมง

เพื่อลดทอนแรงกดทับอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะบริเวณก้นกบ ส้นเท้า และหัวไหล่ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนนอก

เป้าหมาย: ป้องกันการเกิดแผลกดทับระยะแรก
2. ดูแลความสะอาดของผิวหนัง

เช็ดทำความสะอาดคราบเหงื่อ อับชื้น และปัสสาวะ/อุจจาระทันที ทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้งแตกง่าย

เป้าหมาย: รักษาสุขลักษณะเกราะป้องกันภายนอก
3. เปลี่ยนผ้าอ้อมอย่างสม่ำเสมอ

ไม่ปล่อยให้เกิดการแช่เปียกชื้นของอึและปัสสาวะนานกว่าปกติ เพราะสารแอมโมเนียจะกัดกร่อนชั้นหนังกำพร้าทำให้อักเสบง่าย

เป้าหมาย: เลี่ยงการระคายเคืองและติดเชื้อแบคทีเรีย
4. จัดอาหารให้เหมาะกับสภาพร่างกาย

คำนวณแคลอรี สัดส่วนโปรตีนเพื่อซ่อมแซมแผล และการปั่นเหลวตามสภาวะผู้ป่วยเพื่อป้องกันปัญหาการสำลักลงสู่หลอดลม

เป้าหมาย: ควบคุมโภชนาการป้องกันการปอดอักเสบสำลัก
5. ทำกายภาพบำบัดเบื้องต้น

บริหารเหยียดข้อต่อเพื่อส่งเสริมไหลเวียนโลหิต ลดความแข็งเกร็ง และยึดหดห่อตัวของเอ็นตามบริเวณเข่า สะโพก และข้อมือ

เป้าหมาย: คงความพยุงตัวและขยับของส่วนสำคัญร่างกาย
6. เฝ้าระวังอาการติดเชื้อและแผลกดทับ

ตรวจสุขภาพสังเกตการณ์ลักษณะแดงระเรื่อ แผลถลอกมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรืออุณหภูมิไข้เปลี่ยนไปเพื่อป้องกันสภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

เป้าหมาย: จัดการก่อนลุกลามเป็นอันตรายแก่ชีวิต
มิติทางอารมณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้
มิติด้านจิตใจ: พลังวิเศษแห่งการเยียวยาผู้ป่วยติดเตียง
 

นอกเหนือจากการดูแลสภาพร่างกายแล้ว การดูแลด้านจิตใจยังมีความสำคัญสูงสุด ผู้ป่วยติดเตียงหลายคนมักสูญเสียความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง รู้สึกว่าตนคือภาระของลูกหลาน และเสี่ยงที่จะตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง

ผู้ป่วยติดเตียงควรได้รับการพูดคุย ให้กำลังใจ และสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เพื่อช่วยให้สภาพจิตใจดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การใช้เวลาร่วมกัน การเปิดเพลงที่คุณตาคุณยายชื่นชอบในอดีต หรือการอ่านหนังสือเล่มโปรดให้ฟัง สามารถจุดประกายความสุขทางใจได้ดียิ่งกว่ายารักษาอาการทั่วไป

 
กิจกรรมบำบัดฟื้นฟูจิตใจที่ควรปฏิบัติ

การพยากรณ์คุยสนทนาเชิงบวก

หมั่นพูดคุย สอบถาม เล่าเหตุการณ์สนุกๆ ในครอบครัวให้ฟัง เพื่อลดความเครียดโดดเดี่ยว

ใช้ดนตรีหรือหนังสือเสียงบำบัด

เปิดคลื่นความถี่ที่อ่อนละมุน เพลงคลาสสิก หรือบทสวดมนต์ตามความชอบเพื่อกล่อมจิตใจ

สร้างความสม่ำเสมอผ่านสายใยครอบครัว

ไม่ละเลยการวิดีโอคอลหา ยอมรับรับฟังคำระบาย และกระชับความใกล้ชิดให้ท่านอบอุ่นใจ