อย่างถูกวิธีและปลอดภัย
ผู้ป่วยติดเตียงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลายด้าน เช่น แผลกดทับ กล้ามเนื้ออ่อนแรง การติดเชื้อ และภาวะขาดสารอาหาร การดูแลอย่างเหมาะสมจึงเปลี่ยนภาระร้ายให้เป็นช่วงเวลาฟื้นฟูที่มีคุณภาพ
ภาวะแทรกซ้อนหลักที่แฝงอยู่
สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเมื่อผู้ป่วยเคลื่อนไหวน้อย
หากขาดการดูแลหรือพลิกตัวอย่างถูกหลักวิชาการ ผู้ป่วยติดเตียงมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญปัญหาแอบแฝงเหล่านี้:
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีมาตรฐานจะมีทีมผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงโดยเฉพาะ เช่น การพลิกตัวผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ การทำความสะอาดร่างกาย และการดูแลระบบทางเดินหายใจ
การพยาบาลผู้ป่วยติดเตียงในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยทักษะความรู้ขั้นสูง ความเข้าใจเกี่ยวกับสรีรวิทยา และการจัดสรรผู้ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมักเป็นเรื่องยากและสร้างความตึงเครียดให้กับสมาชิกในครอบครัวเมื่อต้องพยาบาลโดยลำพังที่บ้าน
ช่วยผ่อนเบาภาระครอบครัว
ลดความเหนื่อยล้าของสมาชิก และหลีกเลี่ยงภาวะหมดไฟของผู้ดูแล
เฝ้าระวังสัญญาณวิกฤต 24 ชั่วโมง
มีพยาบาลวิชาชีพประเมินสัญญาณชีพ ความดัน และอัตราการเต้นของหัวใจสม่ำเสมอ
เพื่อลดทอนแรงกดทับอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะบริเวณก้นกบ ส้นเท้า และหัวไหล่ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนนอก
เช็ดทำความสะอาดคราบเหงื่อ อับชื้น และปัสสาวะ/อุจจาระทันที ทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้งแตกง่าย
ไม่ปล่อยให้เกิดการแช่เปียกชื้นของอึและปัสสาวะนานกว่าปกติ เพราะสารแอมโมเนียจะกัดกร่อนชั้นหนังกำพร้าทำให้อักเสบง่าย
คำนวณแคลอรี สัดส่วนโปรตีนเพื่อซ่อมแซมแผล และการปั่นเหลวตามสภาวะผู้ป่วยเพื่อป้องกันปัญหาการสำลักลงสู่หลอดลม
บริหารเหยียดข้อต่อเพื่อส่งเสริมไหลเวียนโลหิต ลดความแข็งเกร็ง และยึดหดห่อตัวของเอ็นตามบริเวณเข่า สะโพก และข้อมือ
ตรวจสุขภาพสังเกตการณ์ลักษณะแดงระเรื่อ แผลถลอกมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรืออุณหภูมิไข้เปลี่ยนไปเพื่อป้องกันสภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
นอกเหนือจากการดูแลสภาพร่างกายแล้ว การดูแลด้านจิตใจยังมีความสำคัญสูงสุด ผู้ป่วยติดเตียงหลายคนมักสูญเสียความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง รู้สึกว่าตนคือภาระของลูกหลาน และเสี่ยงที่จะตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง
ผู้ป่วยติดเตียงควรได้รับการพูดคุย ให้กำลังใจ และสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เพื่อช่วยให้สภาพจิตใจดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง การใช้เวลาร่วมกัน การเปิดเพลงที่คุณตาคุณยายชื่นชอบในอดีต หรือการอ่านหนังสือเล่มโปรดให้ฟัง สามารถจุดประกายความสุขทางใจได้ดียิ่งกว่ายารักษาอาการทั่วไป
การพยากรณ์คุยสนทนาเชิงบวก
หมั่นพูดคุย สอบถาม เล่าเหตุการณ์สนุกๆ ในครอบครัวให้ฟัง เพื่อลดความเครียดโดดเดี่ยว
ใช้ดนตรีหรือหนังสือเสียงบำบัด
เปิดคลื่นความถี่ที่อ่อนละมุน เพลงคลาสสิก หรือบทสวดมนต์ตามความชอบเพื่อกล่อมจิตใจ
สร้างความสม่ำเสมอผ่านสายใยครอบครัว
ไม่ละเลยการวิดีโอคอลหา ยอมรับรับฟังคำระบาย และกระชับความใกล้ชิดให้ท่านอบอุ่นใจ

